หน่วยที่ 2
การบัญชีเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนและการแบ่งกำไรขาดทุน


 

แนวคิด
เมื่อกิจการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนเรียบร้อยแล้ว หุ้นส่วนแต่ละคนจะต้องนำเงินหรือสินทรัพย์
อื่น ๆ หรือแรงงานมาลงทุนในห้างเพื่อสิทธิต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ในสัญญา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการบันทึกเกี่ยวกับทุนของผู้เป็นหุ้นส่วน เริ่มตั้งแต่การลงทุน การเปิดบัญชีของกิจการ และรายการต่าง ๆ ของ
ห้างหุ้นส่วน เพื่อให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงของบัญชีทุนของผู้เป็นหุ้นส่วนว่าเพิ่มหรือลดลงอย่างไรบ้าง
เพราะเมื่อดำเนินงานไประยะหนึ่งหรืองวดเวลาใดเวลาหนึ่ง กิจการอาจมีผลกำไร หรือขาดทุนเกิดขึ้น ซึ่งผลของกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิที่เกิดขึ้นนั้น ต้องแบ่งให้ผู้เป็นหุ้นส่วนตามสัญญาที่ระบุไว้ตอนจัดตั้งห้างหุ้นส่วน หากไม่มีข้อตกลงใด ๆ ไว้ในสัญญาเกี่ยวกับการแบ่งกำไรขาดทุน ให้แบ่งตามอัตราส่วนทุนของผู้เป็นหุ้นส่วน

สาระการเรียนรู้
1. การบันทึกบัญชีของห้างหุ้นส่วน
2. การบันทึกรายการเปิดบัญชี และการปิดบัญชีของห้างหุ้นส่วน
3. หลักเกณฑ์การแบ่งกำไรขาดทุน และการบันทึกบัญชีของหุ้นส่วน

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. อธิบายและบันทึกบัญชีของห้างหุ้นส่วนได้
2. บันทึกรายการเปิดบัญชี และการปิดบัญชีของห้างหุ้นส่วนได้
3. อธิบายหลักเกณฑ์การแบ่งกำไรขาดทุน และการบันทึกบัญชีของหุ้นส่วนได้
4. ปฏิบัติงานตามขั้นตอนที่วางไว้
5. ปฏิบัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ มีผลงานที่ถูกต้อง สะอาดเรียบร้อย
6. แสวงหาประสบการณ์และค้นคว้าความรู้ใหม่ ๆ


ส่วนในทุนและส่วนในกำไรขาดทุนของหุ้นส่วน

ส่วนในทุนของผู้เป็นหุ้นส่วน หมายถึง เงินสดหรือสินทรัพย์อื่น ๆ ที่ผู้เป็นหุ้นส่วนนำมาลงทุนในตอนจัดตั้ง สิทธิส่วนได้เสียของผู้เป็นหุ้นส่วนอาจเปลี่ยนแปลงได้ภายหลังจากดำเนินงาน เนื่องจากผู้
เป็นหุ้นส่วนอาจนำเงินสดมาลงทุนเพิ่ม ถอนทุน หรือได้รับส่วนแบ่งกำหร
ส่วนในกำไรขาดทุน เป็นข้อตกลงเกี่ยวกับการแบ่งกำไรหรือขาดทุนระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วน

ตัวอย่าง เอ และบี ตกลงเป็นหุ้นส่วนกัน โดย เอนำเงินสดมาลงทุน 300,000 บาท บี นำอุปกรณ์สำนักงาน 150,000 บาท และเครื่องตกแต่ง 50,000 บาท มาลงทุน ผู้เป็นหุ้นส่วนตกลงแบ่งกำไรขาดทุนเท่ากัน

งบดุลของห้างหุ้นส่วนเมื่อวันเริ่มกิจการ
ห้างหุ้นส่วน เอ และ บี
งบดุล
ณ วันที่ ……………………………….
สินทรัพย์
เงินสด 300,000
อุปกรณ์สำนักงาน 150,000
เครื่องตกแต่ง 50,000
รวม 500,000
หนี้สินและทุน
ทุน - เอ 300,000
ทุน - บี 200,000
รวม 500,000

จากงบดุลข้างต้น พบว่าสินทรัพย์ หรือเงินทุนทั้งสิ้นของห้างเท่ากับ 500,000 บาท เอ มีสิทธิ
ส่วนได้เสีย 300,000 บาท บี มีสิทธิส่วนได้เสีย 200,000 บาท หรืออัตราส่วน 3 : 2 อัตราส่วนแบ่งผลกำไรขาดทุนเท่ากัน คือ 1 : 1 (เรียกอีกอย่างคือ เอมีส่วนในทุน 3 ส่วน 5 บี มีส่วนในทุน 2 ส่วน5 และเอมีส่วนแบ่ง
ในกำไรขาดทุน 1 ส่วน 2 บี มีส่วนแบ่งในกำไรขาดทุน 1 ส่วน 2 )

ต่อมา ห้างหุ้นส่วนเอและบี ดำเนินงานมีผลกำไรสุทธิ 100,000 บาท สิทธิส่วนได้เสียของผู้เป็นหุ้นส่วนจะเพิ่มขึ้น ดังนี้
สินทรัพย์ ทุน - เอ ทุน - บี
ทุน ณ วันเริ่มกิจการ 500,000 300,000 200,000
ส่วนแบ่งกำไร 100,000 50,000 50,000
ทุน ณ วันสิ้นงวด 600,000 350,000 250,000

เมื่อวันสิ้นงวดบัญชีส่วนในทุนของ เอ เท่ากับ 350,000 และ ส่วนในทุนของ บี เท่ากับ
250,000 อัตราส่วนทุนของเอและบี เปลี่ยนเป็น 7 : 5 อัตราส่วนแบ่งกำไรขาดทุนยังเท่าเดิมคือ 1 : 1

งบดุลของห้างหุ้นส่วน ณ วันสิ้นงวด
ห้างหุ้นส่วน เอ และ บี
งบดุล
ณ วันที่ ……………………………….
สินทรัพย์
เงินสด และสินทรัพย์อื่น ๆ 600,000
รวม 600,000
หนี้สินและทุน
ทุน - เอ 350,000
ทุน - บี 250,000
รวม 600,000

วิธีการใช้บัญชีทุน บัญชีกระแสทุน และบัญชีเงินถอน

การบันทึกบัญชีของห้างหุ้นส่วนมี 2 วิธี คือ 1. วิธีทุนคงที่ และ 2. วิธีทุนเปลี่ยนแปลง
1. วิธีทุนคงที่ (Fised Capital Method) หรือวิธีทุนไม่เปลี่ยนแปลง ต้องเปิดบัญชีของ
หุ้นส่วนแต่ละคนขึ้น 3 บัญชี คือ บัญชีทุน บัญชีกระแสทุน และบัญชีเงินถอน โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
1.1 บัญชีทุน (Capital Account) การใช้บัญชีทุนของห้างหุ้นส่วนต้องแยกบัญชีทุน
ของผู้เป็นหุ้นส่วนแต่ละคนขึ้น เช่น บัญชีทุน - เอ บัญชีทุน - บี หรือ บัญชีทุน - ซี เป็นต้น รายการที่
ต้องนำมาบันทึกในบัญชีทุนมีลักษณะเป็นการถาวร ได้แก่
1.1.1 ลงทุนครั้งแรกด้วยเงินสดและสินทรัพย์อื่น
1.1.2 เพิ่มทุนเป็นเงินสด หรือสินทรัพย์
1.1.3 ถอนทุน
1.2 บัญชีกระแสทุน (Current Account) ใช้บันทึกรายการที่ทำให้ทุนของผู้เป็น
หุ้นส่วน เพิ่ม หรือลดได้ มีลักษณะไม่เป็นการถาวร ได้แก่
1.2.1 ดอกเบี้ยทุน
1.2.2 เงินเดือนที่คิดให้หุ้นส่วน
1.2.3 โบนัสหุ้นส่วนผู้จัดการ
1.2.4 ส่วนแบ่งผลกำไรขาดทุน
1.3 บัญชีเงินถอน (Drawing Account) ใช้บันทึกรายการของผู้เป็นหุ้นส่วนที่เกิดขึ้น
ได้แก่ 1.3.1 ถอนกำไรไปใช้ล่วงหน้า รวมทั้งถอนเงินสดหรือสินทรัพย์อื่น ๆ ไปใช้
1.3.2 ในวันสิ้นงวดบัญชี ต้องโอนปิดบัญชีเงินถอนไปยังบัญชีกระแสทุน เพื่อ
หายอดคงเหลือของบัญชีกระแสทุน ถ้ากิจการใช้ระบบบัญชีทุนคงที่
(ห้างหุ้นส่วนสามารถเลือกใช้ บัญชีกระแสทุน หรือบัญชีเงินถอน บัญชีใดบัญชีหนึ่ง หรืออาจจะ
ใช้ทั้ง 2 บัญชีก็ได้)

2. วิธีทุนเปลี่ยนแปลง (Alternative Capital Method) วิธีนี้จะเปิดบัญชีทุนของผู้เป็น
หุ้นส่วนแต่ละคนเพียงบัญชีเดียวเท่านั้น ใช้บันทึกรายการลงทุนครั้งแรก เพิ่มทุน ถอนทุน และรายการจัดสรรกำไรขาดทุน ผลตอบแทนต่าง ๆ อาทิเช่น ดอกเบี้ยทุน เงินเดือน ที่คิดให้หุ้นส่วน โบนัส และ
ส่วนแบ่งกำไรขาดทุน ถ้ามีการถอนกำไรไปใช้ล่วงหน้าให้เปิดบัญชีเงินถอน และโอนไปบัญชีทุนในวันสิ้นงวด
วิธีนี้ยอดคงเหลือในบัญฃีจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาที่มีรายการเพิ่มหรือลด ผู้เป็นหุ้นส่วน
สามารถทราบยอดคงเหลือในบัญชีทุนของตนเองได้ทันที
สำหรับวิธีทุนเปลี่ยนแปลงนี้ ถ้ามีรายการถอนกำไรไปใช้ล่วงหน้า (ถอนใช้ส่วนตัว ที่ไม่ใช่ถอนทุน) ให้บันทึกในบัญชีเงินถอน และโอนปิดไปบัญชีทุนเมื่อวันสิ้นงวดบัญชี

รายการที่มีผลทำให้เงินทุนของห้างหุ้นส่วนเปลี่ยนแปลงไป

รายการซึ่งทำให้ทุน หรือ สิทธิส่วนได้เสียของผู้เป็นหุ้นส่วนเพิ่มขึ้น คือ
1. การลงทุนเพิ่ม
2. ผู้เป็นหุ้นส่วนชำระหนี้ให้แก่ห้างหุ้นส่วน
3. ส่วนแบ่งผลกำไรจากการดำเนินงาน
4. ส่วนแบ่งกำไรจากการปรับปรุงสินทรัยพ์ หนี้สิน ของห้างหุ้นส่วน
5. ห้างหุ้นส่วนคิดเงินเดือน เงินโบนัส หรือ ดอกเบี้ยทุน ให้กับผู้เป็นหุ้นส่วน
รายการที่ทำให้ทุนหรือสิทธิส่วนได้เสียของผู้เป็นหุ้นส่วนลดลง คือ
1. ผู้เป็นหุ้นส่วนถอนเงินสดหรือสินทรัพย์อื่นของห้างไปใช้ส่วนตัว
2. ห้างหุ้นส่วนชดใช้ หรือ รับเอาหนี้สินส่วนตัวของผู้เป็นหุ้นส่วน
3. ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากการดำเนินงาน
4. ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากการปรับปรุงสินทรัพย์ หนี้สิน ของห้างหุ้นส่วน
5. ห้างหุ้นส่วนคิดดอกเบี้ย จากวันที่ผู้เป็นหุ้นส่วนถอนกำไรไปใช้ล่วงหน้า
วิธีการใช้บัญชีเงินกู้หุ้นส่วน ( Loan Accounts ) ใช้บันทึกรายการที่ผู้เป็นหุ้นส่วนให้ห้าง
โดยเปิดบัญชีเงินกู้หุ้นส่วนแยกต่างหาก และห้างต้องจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วน และแสดงบัญชี
ดอกเบี้ยจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนด้วย


การเปิดบัญชีห้างหุ้นส่วน ( Opening The Books)

การบันทึกการเปิดบัญชีของห้างหุ้นส่วนนั้น ใช้วิธีการเช่นเดียวกับกิจการค้าเจ้าของคนเดียว
เพียงแต่จำแนกทุนของหุ้นส่วนแต่ละคน แบ่งได้เป็น 4 กรณี ดังนี้คือ

1. หุ้นส่วนนำเงินสดมาลงทุน เช่น เอ บี และซี เป็นหุ้นส่วนกัน นำเงินสดมาลงทุน ดังนี้
จำนวน 20,000 บาท 30,000 บาท และ 40,000 บาท ตามลำดับ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2547 การบันทึกบัญชี
ในสมุดรายวันทั่วไป ดังนี้
2547
ม.ค. 1 เงินสด 90,000
ทุน - เอ 20,000
ทุน - บี 30,000
ทุน - ซี 40,000
เอ บี และซี นำเงินสดมาลงทุน เมื่อวันที่ 1 มกราคา 2547

2. หุ้นส่วนนำสินทรัพย์อื่น ๆ มาลงทุน วิธีนี้จะต้องตีค่าสินทรัพย์ก่อนว่ามีมูลค่าเท่าใด
การใช้ราคาทุนเดิม (Original Cost) หรือราคาตามบัญชี (Book Value) นั้น ไม่ถูกต้อง ส่วนใหญ่นิยมใช้
ราคาตลาด (Fair Market Value) บันทึกราคาสินทรัพย์ แต่อย่างไรก็ดีการใช้ราคาใดนั้นผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนจะต้องยินยอมด้วย เช่น เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2547 เอ บี และ ซี นำเงินสด สินทรัพย์ และหนี้สิน
มาลงทน ดังนี้
เอ บี ซี รวม
เงินสด 2,000 4,000 3,000 9,000
ลูกหนี้ 3,000 2,000 5,000 10,000
เครื่องตกแต่ง 4,000 7,500 3,500 15,000
อาคาร - - 200,000 200,000
เจ้าหนี้ 7,500 9,500 18,000 35,000

ยอดทุน 1,500 4,000 193,500 199,000

การบันทึกบัญชีเป็นดังนี้
2547
ม.ค. 1 เงินสด 9,000
ลูกหนี้ 10,000
เครื่องตกแต่ง 15,000
อาคาร 200,000
เจ้าหนี้ 35,000
ทุน - เอ 1,500
ทุน - บี 4,000
ทุน - ซี 193,500
เอ บี และ ซี นำเงินสด สินทรัพย์ และหนี้สินมาลงทุน


3. หุ้นส่วนนำแรงงานมาลงทุน แรงงาน หมายถึง ความสามารถทางด้านความคิด ซื่อเสียง สติปัญญา กำลังกาย ของหุ้นส่วนนำมาลงทุน เรียกว่า ค่าความนิจม (Goodwill) และต้องมีการตกลงระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วน ว่าจะมีการบันทึกในบัญชีหรือไม่ ถ้ามีการบันทึกในสมุดบัญชีของห้างจะใช้มูลค่าเท่าใด ขึ้นอยู่กับข้อตกลงดังนี้

3.1 ถ้าให้สิทธิรับคืนทุน จะต้องบันทึกค่าความนิยมให้กับหุ้นส่วนผู้นั้น และบันทึกไว้ในสมุดบัญชีของห้าง เช่น เอ บี เป็นหุ้นส่วนกัน โดย เอ และบี นำเงินสด 40,000 และ 30,000 บาท
ตามลำดับ และ บี ยังนำแรงงานมาลงทุนด้วย ซึ่งตกลงคิดเป็นมูลค่า 20,000 บาท และให้สิทธิ บี มีสิทธิรับคืนทุน กิจการเริ่มวันที่ 1 เมษายน 2547 บันทึกบัญชีดังนี้
2547
เม.ย. 1 เงินสด 70,000
ค่าความนิจม 20,000
ทุน - เอ 40,000
ทุน - ซี 50,000
เอ และ บี นำเงินสดและแรงงานมาลงทุน

3.2 ไม่มีสิทธิรับคืนทุน วิธีนี้ไม่มีการบันทึกค่าแรงงานในบัญชี เพียงแต่เขียนไว้ใน
สัญญาหุ้นส่วนเท่านั้น

การคำนวณส่วนทุนของห้างหุ้นส่วนที่นำแรงงานมาลงทุนก็คือ
แรงงาน = ส่วนถัวเฉลี่ยของหุ้นส่วนซึ่งนำเงินสดและสินทรัพย์อื่นมาลงทุน

ตัวอย่าง เอ นำเงินสดมาลงทุน 60,000 บาท บี นำเงินสดมา 20,000 บาท พร้อมด้วย เครื่องใช้สำนักงาน
จำนวน 10,000 บาท มาลงทุน และ ซี นำแรงงานซึ่งไม่ได้ตีราคามาลงทุน การคำนวณหาส่วน
ในทุนของ ซี เป็นดังนี้
ทุน - ซี = 60,000 + 30,000 / 2
ส่วนทุนของ ซี = 45,000 บาท


4. หุ้นส่วนลงทุนเป็นสินทรัพย์แต่มิได้แสดงราคาไว้ ตามกฏหมายให้ถือว่าหุ้นส่วนทุกคน
ลงทุนในจำนวนที่เท่ากัน แยกได้เป็น 3 กรณี ดังนี้
4.1 เอ และ บี เป็นหุ้นส่วนกัน เอ นำอุปกรณ์มาลงทุน บี นำเครื่องจักรมาลงทุน ต่างก็
ไม่ได้ตีราคาสินทรัพย์ ตามกฏหมายถือว่า เอ และ บี ลงทุนเท่ากัน
4.2 เอ นำเงินสดมาลงทุน 30,000 บาท บี นำเครื่องมือและอุปกรณ์ มาลงทุน โดยไม่ได้ตีราคาไว้ ให้ถือว่า บีลงทุน 30,000 บาท เท่ากับ เอ
4.3 เอ บี และ ซี เป็นหุ้นส่วนกัน เริ่มกิจการเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2547 โดบ เอ นำ
เงินสดมาลงทุน 60,000 บาท บี นำเงินสดมาลงทุน 70,000 บาท และอุปกรณ์ จำนวน 30,000 บาท ซี ลงทุนเป็นแรงงาน ซึ่งมีสิทธิรับคืนทุนแต่ยังไม่ได้ตีราคา การคำนวณทุน ซี เป็นดังนี้
ทุน - ซี = 60,000 + 100,000 / 2 = 80,000 บาท

การบันทึกรายการเปิดบัญชี
2547
เม.ย. 1 เงินสด 130,000
อุปกรณ์ 30,000
ค่าความนิยม 80,000
ทุน - เอ 60,000
ทุน - บี 100,000
ทุน - ซี 80,000
เอ บี และ ซี นำสินทรัพย์และแรงงานมาลงทุน

หลักเกณฑ์การแบ่งกำไรขาดทุน และการบันทึกบัญชี

การแบ่งกำไรขาดทุนระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วน เป็นเรื่องที่ควรระบุไว้ในสัญญาการเป็นหุ้นส่วน
ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหน้า โดยปกติแล้วหลักเกณฑ์การแบ่งกำไรขาดทุนที่นิยมปฏิบัติกัน
มีดังนี้
1. แบ่งเท่ากัน
2. แบ่งตามอัตราส่วนทุน
3. แบ่งตามอัตราส่วนที่ตกลงกัน
4. คิดดอกเบี้ยทุน และแบ่งกำไรขาดทุนที่เหลือตามอัตราส่วนที่ตกลงกัน
5. คิดเงินเดือน และแบ่งกำไรขาดทุนที่เหลือตามอัตราส่วนที่ตกลงกัน
6. คิดดอกเบี้ยทุน เงินเดือน และแบ่งกำไรขาดทุนที่เหลือตามอัตราส่วนที่ตกลงกัน
7. คิดดอกเบี้ยทุน โบนัส และแบ่งกำไรขาดทุนที่เหลือตามอัตราส่วนที่ตกลงกัน

ในกรณีที่สัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วน ไม่ได้ระบุการแบ่งกำไรขาดทุนไว้อย่างชัดเจน กฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1044 กำหนดไว้ยว่าการแบ่งกำไรขาดทุนระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนให้แบ่งตามอัตราส่วนทุน (อัตราส่วนทุนมี 4 วิธีด้วยกัน และวิธีที่ยุติธรรมที่สุดคือ อัตราทุนถัวเฉลี่ย)

ตัวอย่างการคำนวณหลักเกณฑ์และการบันทึกรายการบัญชีในการแบ่งผลกำไรขาดทุน
เอ และ โอ เป็นหุ้นส่วนกัน โดยมีทุนในวันเริ่มกิจการ 50,000 บาท และ 30,000 บาท ตาม
ลำดับ และในรอบระยะงวดบัญชีที่ผ่านมาห้างหุ้นส่วน เอ และ โอ มีกำไรสุทธิประจำปี 240,000 บาท ดังมี
รายละเอียดบัญชีทุน ดังต่อไปนี้

ทุน - เอ
2547
ม.ค. 1 ยอดยกมา 300,000
มี.ค. 3 เพิ่มทุน 50,000
มิ.ย. 17 ถอน ทุน 150,000
ก.ย. 25 เพิ่มทุน 100,000

ทุน - บี
2547
ม.ค. 1 ยอดยกมา 200,000
ก.ค. 9 เพิ่มทุน 30,000
พ.ย. 21 ถอน ทุน 80,000

หุ้นส่วนตกลงกันว่าการเพิ่มทุนหรือถอนทุน รายการใดเกิดขึ้นวันก่อนวันกลางเดือน ถึอว่า
รายการนั้นเกิดขึ้นวันต้นเดือนนั้น แต่ถ้ารายการใดเกิดขึ้นหลังวันกลางเดือนให้ถือว่าเกิดขึ้นต้นเดือนถัดไป
(รายการเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 - 15 ให้ถือว่าเกิดขึ้นในเดือนนั้น ๆ เกิดขึ้นวันที่ 16 - วันสิ้นเดือน ให้ถือว่าเกิด
ในเดือนถัดไป หรืออีกนัยหนึ่ง คือถ้าเกิดวันที่ 1 - 15 ให้นับเดือนนั้น ๆ เกิดขึ้นหลังวันที่ 15 ไม่ให้นับใน
เดือนนั้น ๆ )
จากโจทย์ตัวอย่างการคำนวณแต่ละวิธีมีดังนี้
1. แบ่งเท่ากัน
หลักเกณฑ์นี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด โดยไม่ได้คำนึงถึงความรู้ ความสามารถและจำนวนทุน
ของผู้เป็นหุ้นส่วน
ตัวอย่าง วิธีที่ 1 เอ และ โอ จะได้รับส่วนแบ่งกำไรคนละ 240,000/2 = 120,000 บาท

การบันทึกแบ่งกำไรเป็นดังนี้
เดบิต สรุปผลกำไรขาดทุน 240,000
เครดิต ทุน - เอ หรือกระแสทุน - เอ 120,000
ทุน - โอ หรือกระแสทุน - โอ 120,000
แบ่งกำไรสุทธิเท่ากัน
2. แบ่งตามอัตราส่วนทุน

หลักเกณฑ์นี้ เป็นหลักเกณฑ์ที่คำนึงถึงความสำคัญของทุนของหุ้นส่วน ทั้งนี้เพราะทุน
เป็นปัจจัยสำคัะญของการดำเนินธุรกิจ แต่เนื่องจากบัญชีทุนมีการเปลี่ยนแปลงได้จากการเพิ่มทุน การลดทุน
การแบ่งกำไรขาดทุน การถอนกำไรไปใช้ล่วงหน้า ดังนั้น หุ้นส่วนต้องตกลงกันให้ชัดเจนว่าทุนที่ใช้เป็น
หลักเกณฑ์ในการแบ่งกำไรขาดทุน คือ ทุนจำนวนใด ดังต่อไปนี้
1. ทุน ณ วันเริ่มกิจการ
2. ทุน ณ วันต้นงวดบัญชี
3. ทุน ณ วันสิ้นงวดบัญชี
4. ทุนถัวเฉลี่ย

ตัวอย่าง วิธี 2.1 เอ และ โอ แบ่งกำไรขาดทุนตามอัตราส่วนทุน ณ วันเริ่มกิจการ
ทุน ณ วันเริ่มกิจการของเอ = 50,000 บาท
ทุน ณ วันเริ่มกิจการของโอ = 30,000 บาท
อัตราส่วนทุน ณ วันเริ่มกิจการของ เอ : โอ = 50,000 : 300,000 = 5 : 3
ดังนั้น ส่วนแบ่งกำไรของ เอ = 5/8x240,000 =150,000
ส่วนแบ่งกำไรของโอ = 3/5x 240,000 = 90,000

บันทึกการแบ่งกำไร เป็นดังนี้
เดบิต สรุปผลกำไรขาดทุน 240,000
เครดิต ทุน - เอ หรือ กระแสทุน - เอ 150,000
ทุน - โอ หรือ กระแสทุน - โอ 90,000
แบ่งกำไรตามอัตราส่วนทุน ณ วันเริ่มกิจการ ในอัตรา 5 :3

ตัวอย่าง วิธีที่ 2.2 เอ และ โอ แบ่งกำไรขาดทุนตามอัตราส่วนทุน ณ วันต้นงวดบัญชี

ทุน ณ วันต้นงวดบัญชีของ เอ ( 1 ม.ค.) = 300,000 บาท
ทุน ณ วันต้นงวดบัญชีของ โอ (1 ม.ค.) = 200,000 บาท
อัตราส่วนทุน ณ วันต้นงวดบัญชีของ เอ และโอ = 300,000 : 200,000
= 3 : 2
ดังนั้น ส่วนแบ่งกำไรของ เอ = 3/5 x 240,000 = 144,000 บาท
ส่วนแบ่งกำไรของ โอ = 2/5 x 240,000 = 96,000 บาท

ตัวอย่าง วิธีที่ 2.3 เอ และ โอ แบ่งกำไรขาดทุนตามอัตราส่วนทุน ณ วันสิ้นงวดบัญชี

ทุน ณ วันสิ้นงวดบัญชีของ เอ ( 31 ธ.ค.) = 300,000 บาท
(300,000 + 50,000 + 100,000) - 150,000 = 300,000)
ทุน ณ วันสิ้นงวดบัญชีของ โอ (31 ธ.ค.) = 150,000 บาท
(200,000 + 30,000 ) - 80,000 = 150,000)
อัตราส่วนทุน ณ วันสิ้นงวดบัญชีของ เอ และโอ = 300,000 : 150,000
= 2 : 1
ดังนั้น ส่วนแบ่งกำไรของ เอ = 2/3 x 240,000 = 160,000 บาท
ส่วนแบ่งกำไรของ โอ = 1/3 x 240,000 = 80,000 บาท
การบันทึกการแบ่งกำไรเป็นดังนี้
เดบิต สรุปผลกำไรขาดทุน 240,000
เครดิต ทุน - เอ หรือ กระแสทุน - เอ 160,000
ทุน - โอ หรือ กระแสทุน - โอ 80,000
แบ่งกำไรขาดทุนตามอัตราส่วนทุน ณ วันสิ้นงวด ในอัตรา 2 : 1

ตัวอย่าง วิธีที่ 2.4 เอ และ โอ แบ่งกำไรขาดทุนตามอัตราส่วนทุนถัวเฉลี่ย
หุ้นส่วน วันที่ จำนวนทุน ระยะเวลาที่ทุนคงที่ จำนวนทุน X ระยะเวลาที่ทุนคงที่ (เดือน)
เอ 1 ม.ค. 300,000 1 ม.ค. - 2 มี.ค. = 2 300,000 X 2 = 600,000
3 มี.ค. 350,000 3 มี.ค. - 16 มิ.ย. = 4 350,000 X 4 = 1,400,000
17 มิ.ย. 200,000 17 มิ.ย. - 24 ก.ย. = 3 200,000 X 3 = 600,000
25 ก.ย. 300,000 25 ก.ย. - 31 ธ.ค. = 3 300,000 X 3 = 900,000
12 350,000
โอ 1 ม.ค. 200,000 1 ม.ค. - 8 ก.ค. = 6 200,000 X 6 = 1,200,000
9 ก..ค. 230,000 9 ก.ค. - 20 พ.ย. = 5 230,000 X 5 = 1,150,000
21 พ.ย. 150,000 2 พ.ย. - 31 ธ.ค. = 1 150,000 X 1 = 150,000
12 2,500,000
ทุนถัวเฉลี่ยของ เอ = 3,500,000/12
ทุนถัวเฉลี่ยของ โอ = 2,500,000/12
อัตราส่วนทุนถัวเฉลี่ยของ เอ : โอ = 3,500,000 : 2,500,000
= 7 : 5
ดังนั้น ส่วนแบ่งกำไรของ เอ = 7/12 X 240,000 = 140,000 บาท
ส่วนแบ่งกำไรของ โอ = 5/12 X 2 40,000 = 100,000 บาท
ดังนั้น ส่วนแบ่งกำไรของ เอ = (40,000 / 2) + (5/8 X 200,000) = 145,000 บาท
ส่วนแบ่งกำไรของ โอ = (40,000 / 2) + (3/8 X 200,000) = 95,000 บาท

การแบ่งกำไรตามอัตราส่วนทุน 4 กรณี คือ 1 .แบ่งกำไรตามอัตราส่วนทุน ณ วันเริ่มกิจการ
2. ทุน ณ วันต้นงวดบัญชี 3. ทุน ณ วันสิ้นงวดบัญชีและ 4. ทุนถัวเฉลี่ย เอและโอจะได้รับส่วนแบ่ง
กำไร แต่ละกรณี ดังนี้
การแบ่งกำไรตามอัตราส่วนทุน เอ โอ รวม
ทุน ณ วันเริ่มกิจการ 150,000 90,000 240,000
ทุน ณ วันต้นงวดบัญชี 144,000 96,000 240,000
ทุน ณ วันสิ้นงวดบัญชี 160,000 80,000 240,000
ทุนถัวเฉลี่ย 140,000 100,000 240,000

หลักเกณฑ์การแบ่งกำไรขาดทุนตามอัตราส่วนทุน เป็นหลักเกณฑ์ที่ยุติธรรม และการแบ่งกำไรขาดทุนตามอัตราส่วนทุนที่ยุติธรรมที่สุด คือ แบ่งตามอัตราส่วนทุนถัวเฉลี่ย เพราะการที่หุ้นส่วนจะได้รับกำไรขาดทุนมากหรือน้อย ควรจะพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของทุนในระหว่างงวดบัญชีด้วย

3. แบ่งตามอัตราส่วนที่ตกลงกัน
หลักเกณฑ์นี้เป็นข้อตกลงระหว่างหุ้นส่วน โดยนำปัจจัยอื่น นอกเหนือจากทุนของหุ้นส่วนเข้ามาพิจารณาในการแบ่งกำไรขาดทุนด้วย เช่น เวลา และ/หรือ ความสามารถ และ/หรือความชำนาญงาน เป็นต้น บางกรณีอาจจะตกลงกำหนดอัตราส่วนแบ่งกำไรขาดทุนเป็นส่วน ๆ เช่น กำไรขาดทุน จำนวน 20,000 บาทแรก แบ่งเท่ากัน กำไรขาดทุนส่วนที่เหลือ (เกินจาก 20,000 บาท แรก) ให้แบ่งในอัตรา 7 : 4 เป็นต้น ก็ได้
ตัวอย่าง เอ และ โอ ตกลงแบ่งกำไรขาดทุนโดย 40,000 บาท แรกแบ่งเท่ากันและที่เหลือแบ่งในอัตรา 5 : 3
ดังนั้น ส่วนแบ่งกำไรของ เอ = (40,000 / 2) + (5/8 X 200,000) = 145,000 บาท
ส่วนแบ่งกำไรของ โอ = (40,000 / 2) + (3/8 X 200,000) = 95,000 บาท
หรือ ตัวอย่าง เอ และ โอ ตกลงแบ่งกำไรขาดทุนในอัตรา 8 : 7
ดังนั้น ส่วนแบ่งกำไรของ เอ = 8/15 X 240,000 = 128,000 บาท
ส่วนแบ่งกำไรของ โอ = 7/15 X 240,000 = 112,000 บาท

การบันทึกการแบ่งกำไรเป็นดังนี้
เดบิต สรุปผลกำไรขาดทุน 240,000
เครดิต ทุน - เอ หรือ กระแสทุน - เอ 145,000
ทุน - โอ หรือ กระแสทุน - โอ 95,000
แบ่งกำไรขาดทุนตามอัตราส่วนที่ตกลงกัน

4. คิดดอกเบี้ยทุนและแบ่งกำไรขาดทุนที่เหลือตามอัตราส่วนที่ตกลงกัน
จากกรณีที่ 2 แบ่งกำไรขาดทุนตามอัตราส่วนทุน หมายรวมถึงกรณีที่ห้างหุ้นส่วนเกิดผลขาดทุนสุทธิด้วย นั่นหมายความว่าหุ้นส่วนที่มีทุนมากจะรับผลขาดทุนสุทธิมากด้วย ประกอบกับเงินทุน
เป็นปัจจัยหนึ่งเท่านั้นที่จะทำให้ธุรกิจประสบผลสำเร็จได้ ดังนั้น ในการคำนวณการแบ่งกำไรขาดทุนตามหลักเกณฑ์นี้ จึงมีการคิดดอกเบี้ยทุน และแบ่งกำไรขาดทุนที่เหลือตามอัตราส่วนที่ตกลงกัน สำหรับทุนที่นำมาคำนวณหาดอกเบี้ยทุน จะต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าคือทุนจำนวนใดใน 4 ทุน ตามที่ได้กล่าวไว้ในหลักเกณฑ์ที่ 2

ตัวอย่าง ข้อตกลงในการแบ่งกำไรขาดทุนระหว่าง เอ และ โอ เป็นดังนี้
1. คิดดอกเบี้ยทุน 6% จากยอดทุนถัวเฉลี่ย
2. กำไรขาดทุนที่เหลือแบ่ง 2 : 3
ทุนถัวเฉลี่ยของ เอ = 3,500,000 / 12
ทุนถัวเฉลี่ยของ โอ = 2,500,000 / 12
ดอกเบี้ยทุนถัวเฉลี่ยของ เอ = 3,500,000 / 12 X 6/100 = 17,500 บาท
ดอกเบี้ยทุนถัวเฉลี่ยของ โอ = 2,500,000 / 12 X 6/100 = 12,500 บาท
กำไรสุทธิที่เหลือ = 240,000 - (17,500+12,500) = 210,000 บาท
เอ รับกำไรที่เหลือ = 2/5 X 210,000 = 84,000 บาท
โอ รับกำไรที่เหลือ = 3/5 X 210,000 = 126,000 บาท
รายละเอียดการคำนวณส่วนแบ่งกำไรขาดทุน
รายการ เอ โอ รวม
ดอกเบี้ยทุน 17,500 12,500 30,000
กำไรสุทธิที่เหลือแบ่ง 2 : 3 84,000 126,000 210,000
รวม 101,500 138,000 240,000

การบันทึกการแบ่งกำไรเป็นดังนี้
เดบิต สรุปผลกำไรขาดทุน 30,000
เครดิต ทุน - เอ หรือ กระแสทุน - เอ 17,500
ทุน - โอ หรือ กระแสทุน - โอ 12,500
คิดดอกเบี้ยทุน 6% จากทุนถัวเฉลี่ย
เดบิต สรุปผลกำไรขาดทุน 210,000
เครดิต ทุน - เอ หรือ กระแสทุน - เอ 84,000
ทุน - โอ หรือ กระแสทุน - โอ 126,000
กำไรที่เหลือแบ่ง 2 : 3

5. คิดเงินเดือนและแบ่งกำไรขาดทุนที่เหลือตามอัตราส่วนที่ตกลงกัน
ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ทุนเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้นที่จะนำความสำเร็จมาสู่ห้างหุ้นส่วน
เวลา ความรู้ ความสามารถ ความชำนาญงาน ก็เป็นปัจจัยสำคัญด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นหุ้นส่วนอาจจะตกลงให้มีการคิดเงินเดือนและแบ่งกำไรขาดทุนที่เหลือตามอัตราส่วนที่ตกลงกัน

ตัวอย่าง ข้อตกลงในการแบ่งกำไรขาดทุนระหว่าง เอ และ โอ เป็นดังนี้
1. คิดเงินเดือนให้เอเดือนละ 10,000 บาท และ โอ เดือนละ 9,000 บาท
2. กำไรขาดทุนที่เหลือแบ่ง 2 : 3
เงินเดือนของ เอ = 10,000 X 12 = 120,000 บาท
เงินเดือนของ โอ = 9,000 X 12 = 108,000 บาท
เงินเดือนรวม = 120,000 + 108,000 = 228,000 บาท
กำไรสุทธิ = 240,000
กำไรที่เหลือ = 240,000 - 228,000 = 12,000 บาท
เอ รับกำไรที่เหลือ = 2/5 X 12,000 = 4,800 บาท
โอ รับกำไรที่เหลือ = 3/5 X 12,000 = 7,200 บาท
รายละเอียดการคำนวณส่วนแบ่งกำไรขาดทุน
รายการ เอ โอ รวม
เงินเดือน 120,000 108,000 228,000
กำไรสุทธิที่เหลือแบ่ง 2 : 3 4,800 7,200 12,000
รวม 124,800 115,200 240,000

การบันทึกการแบ่งกำไรเป็นดังนี้
เดบิต สรุปผลกำไรขาดทุน 228,000
เครดิต ทุน - เอ หรือ กระแสทุน - เอ 120,000
ทุน - โอ หรือ กระแสทุน - โอ 108,000
คิดเงินเดือนให้หุ้นส่วน
เดบิต สรุปผลกำไรขาดทุน 12,000
เครดิต ทุน - เอ หรือ กระแสทุน - เอ 4,800
ทุน - โอ หรือ กระแสทุน - โอ 7,200
กำไรที่เหลือแบ่ง 2 : 3

6. คิดดอกเบี้ยทุน เงินเดือน และแบ่งกำไรขาดทุนที่เหลือตามอัตราส่วนที่ตกลงกัน
หลักเกณฑ์นี้ คำนึงถึงจำนวนทุนของผู้เป็นหุ้นส่วน ตลอดจน ความรู้ ความสามารถ
ความชำนาญงานและเวลาที่อุทิศให้แก่ห้างหุ้นส่วน จึงมีการกำหนดการแบ่งกำไรขาดทุน โดยคิดดอกเบี้ยทุน เงินเดือน และแบ่งกำไรขาดทุนที่เหลือตามอัตราส่วนที่ตกลงกัน

ตัวอย่าง ข้อตกลงในการแบ่งกำไรขาดทุนระหว่าง เอ และ โอ เป็นดังนี้
1. คิดดอกเบี้ยทุน 6% จากยอดทุนถัวเฉลี่ย
2. คิดเงินเดือนให้เอ เดือนละ 10,000 บาท และโอ เดือนละ 9,000 บาท
3. กำไรขาดทุนที่เหลือแบ่ง 2 : 3
ทุนถัวเฉลี่ยของ เอ = 3,500,000 / 12
ทุนถัวเฉลี่ยของ โอ = 2,500,000 / 12
ดอกเบี้ยทุนถัวเฉลี่ยของ เอ = 3,500,000 / 12 X 6/100 = 17,500 บาท
ดอกเบี้ยทุนถัวเฉลี่ยของ โอ = 2,500,000 / 12 X 6/100 = 12,500 บาท
เงินเดือนของ เอ = 10,000 X 12 = 120,000 บาท
เงินเดือนของ โอ = 9,000 X 12 = 108,000 บาท
ดอกเบี้ยทุนและเงินเดือนรวม = (17,500 + 12,500) + (120,000 + 108,000) = 258,000 บาท
ที่เหลือคือขาดทุน = 258,000 - 240,000 = 18,000 บาทเอรับผลขาดทุนที่เหลือ = 2/5 X 18,000 = 7,200 บาทโอรับผลขาดทุนที่เหลือ = 2/5 X 18,000 = 10,800 บาท
รายละเอียดการคำนวณส่วนแบ่งกำไรขาดทุน
รายการ เอ โอ รวม
ดอกเบี้ยทุน 17,500 12,500 30,000
เงินเดือน 120,000 108,000 228,000
ขาดทุนที่เหลือแบ่ง 2 : 3 -7,200 -10,800 -18,000
รวม 130,300 109,700 240,000

การบันทึกการแบ่งกำไรเป็นดังนี้

เดบิต สรุปผลกำไรขาดทุน 30,000
เครดิต ทุน - เอ หรือ กระแสทุน - เอ 17,500
ทุน - โอ หรือ กระแสทุน - โอ 12,500
คิดดอกเบี้ยทุน 6% จากทุนถัวเฉลี่ย
เดบิต สรุปผลกำไรขาดทุน 228,000
เครดิต ทุน - เอ หรือ กระแสทุน - เอ 120,000
ทุน - โอ หรือ กระแสทุน - โอ 108,000
คิดเงินเดือนให้หุ้นส่วน
เดบิต ทุน - เอ หรือ กระแสทุน - เอ 7,200
ทุน - โอ หรือ กระแสทุน - โอ 10,800
เครดิต สรุปผลกำไรขาดทุน 18,000
ขาดทุนที่เหลือแบ่ง 2 : 3

7. คิดดอกเบี้ยทุน โบนัส และแบ่งกำไรขาดทุนที่เหลือตามอัตราส่วนที่ตกลงกัน
หลักเกณฑ์นี้ นอกจากจะคำนึงถึงปัจจัยเกี่ยวกับทุนของผู้เป็นหุ้นส่วนแต่ละคนแล้ว ยังคำนึงถึงค่าตอบแทนพิเศษ คือโบนัส แก่หุ้นส่วนผู้จัดการ อันเนื่องจากการดำเนินธุรกิจห้างหุ้นส่วนระสบผลสำเร็จ คือ มีกำไรสุทธิ ดังนั้น โบนัส จะคิดเฉพาะกรณีที่ห้างหุ้นส่วนมีผลการดำเนินงานเป็นกำไรสุทธิ
เท่านั้น การคิดโบนัสกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ของกำไรสุทธิ มี 2 กรณี คือ
1. โบนัสถือเป็นค่าใช้จ่าย โดยกำไรสุทธิที่นำมาคำนวณโบนัสจะเป็นกำไรสุทธิ หลังจากหักโบนัสแล้ว เช่น ห้างหุ้นส่วนมีกำไรสุทธิ 56,100 บาท คิดโบนัสให้หุ้นส่วนผู้จัดการ 10% ของกำไรสุทธิหลังจากหักโบนัสแล้ว การคำนวณโบนัส เป็นดังนี้
กำไรสุทธิหลังหักโบนัส = 100 บาท
โบนัส = 10 บาท
กำไรสุทธิก่อนหักโบนัส = 100 + 10 บาท
กำไรสุทธิก่อนหักโบนัส 100 + 10 เป็นโบนัส = 10 บาท
กำไรสุทธิก่อนหักโบนัส 56,100 บาท เป็นโบนัส = 56,100 X 10
100 + 10
= 5,100 บาท
ดังนั้น สูตร การคำนวณโบนัส (กรณีที่โบนัสถือเป็นค่าใช้จ่าย)
โบนัส = กำไรสุทธิ + % ของโบนัส
100 + % ของโบนัส

ตัวอย่าง ข้อตกลงในการแบ่งกำไรขาดทุน ระหว่างเอ และ โอ เป็นดังนี้
1. คิดดอกเบี้ย 5% จากยอดทุนต้นงวดบัญชี
2. คิดโบนัสให้ เอ ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการ 7.5 % ของกำไรสุทธิหลังหักดอกเบี้ยทุนและโบนัสแล้ว
3. กำไรขาดทุนที่เหลือแบ่งในอัตรา 2 : 3
ทุนต้นงวดบัญชีของ เอ = 300,000 บาท
ทุนต้นงวดบัญชีของ โอ = 200,000 บาท
ดอกเบี้ยทุนของเอ = 5/100 X 300,000 = 15,000 บาท
ดอกเบี้ยทุนของโอ = 5/100 X 200,000 = 10,000 บาท
กำไรสุทธิหลังหักดอกเบี้ยทุน = 240,000 - (15,000 + 10,000)
= 215,000 บาท
โบนัส = กำไรสุทธิหลังหักดอกเบี้ยทุน X % ของโบนัส
100 + % ของโบนัส
= 215,000 X 7.5 / 107.5 = 15,000 บาท
กำไรหลังหักดอกเบี้ยทุนและโบนัส = 240,000 - (15,000+10,000) - 15,000
= 200,000 บาท
เอ รับกำไรที่เหลือ = 2/5 X 200,000 = 80,000 บาท
โอ รับกำไรที่เหลือ = 3/5 X 200,000 = 120,000 บาท

รายละเอียดการคำนวณส่วนแบ่งกำไรขาดทุน
รายการ เอ โอ รวม
ดอกเบี้ยทุน 15,000 10,000 25,000
โบนัส 15,000 - 15,000
กำไรที่เหลือแบ่ง 2 : 3 80,000 120,000 200,000
รวม 110,000 130,000 240,000

การบันทึกการแบ่งกำไรเป็นดังนี้

เดบิต สรุปผลกำไรขาดทุน 25,000
เครดิต ทุน - เอ หรือ กระแสทุน - เอ 15,000
ทุน - โอ หรือ กระแสทุน - โอ 10,000
คิดดอกเบี้ยทุนให้หุ้นส่วน 5% จากทุนต้นงวด
เดบิต สรุปผลกำไรขาดทุน 15,000
เครดิต ทุน - เอ หรือ กระแสทุน - เอ 15,000
คิดโบนัสให้เอ 7.5% ของกำไรสุทธิหลังจากหักดอกเบี้ยทุนและโบนัสแล้ว

เดบิต สรุปผลกำไรขาดทุน 200,000
เครดิต ทุน - เอ หรือ กระแสทุน - เอ 80,000
ทุน - โอ หรือ กระแสทุน - โอ 120,000
กำไรที่เหลือแบ่ง 2 : 3

1. โบนัสไม่ถือเป็นค่าใช้จ่าย โดยกำไรสุทธิที่นำมาคำนวณโบนัสจะเป็นกำไรสุทธิ ก่อน
หักโบนัส ดังนั้น ตัวหารคือ 100 เช่น คิดโบนัส 10 % ของกำไรสุทธิ หลังหักดอกเบี้ยทุน แต่ก่อนหักโบนัส เป็นต้น
ดังนั้น สูตร การคำนวณโบนัส (กรณีที่โบนัสไม่ถือเป็นค่าใช้จ่าย)
โบนัส = กำไรสุทธิ + % ของโบนัส
100
ตัวอย่าง ข้อตกลงในการแบ่งกำไรขาดทุน ระหว่างเอ และ โอ เป็นดังนี้
1. คิดดอกเบี้ย 5% จากยอดทุนต้นงวดบัญชี
2. คิดโบนัสให้ เอ ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการ 7.5 % ของกำไรสุทธิหลังหักดอกเบี้ยทุน
แต่ก่อนหักโบนัส
3. กำไรขาดทุนที่เหลือแบ่ง 2 : 3
ทุนต้นงวดบัญชีของ เอ = 300,000 บาท
ทุนต้นงวดบัญชีของ โอ = 200,000 บาท
ดอกเบี้ยทุนของเอ = 5/100 X 300,000 = 15,000 บาท
ดอกเบี้ยทุนของโอ = 5/100 X 200,000 = 10,000 บาท
กำไรสุทธิหลังหักดอกเบี้ยทุน = 240,000 - (15,000 + 10,000)
= 215,000 บาท
โบนัส = กำไรสุทธิหลังหักดอกเบี้ยทุน X % ของโบนัส/100
= 215,000 X 7.5 / 100 = 16,125 บาท
กำไรหลังหักดอกเบี้ยทุน = 240,000 - (15,000+10,000) - 16,125 = 198,875 บาท
เอ รับกำไรที่เหลือ = 2/5 X 198,875 = 79,550 บาท
โอ รับกำไรที่เหลือ = 3/5 X 198,875 = 119,325 บาท

รายละเอียดการคำนวณส่วนแบ่งกำไรขาดทุน
รายการ เอ โอ รวม
ดอกเบี้ยทุน 15,000 10,000 25,000
โบนัส 16,125 - 16,125
กำไรที่เหลือแบ่ง 2 : 3 79,550 119,325 198,875
รวม 110,675 129,325 240,000

การบันทึกการแบ่งกำไรเป็นดังนี้

เดบิต สรุปผลกำไรขาดทุน 25,000
เครดิต ทุน - เอ หรือ กระแสทุน - เอ 15,000
ทุน - โอ หรือ กระแสทุน - โอ 10,000
คิดดอกเบี้ยทุนให้หุ้นส่วน 5% จากทุนต้นงวด
เดบิต สรุปผลกำไรขาดทุน 16,125
เครดิต ทุน - เอ หรือ กระแสทุน - เอ 16,125
คิดโบนัสให้เอ 7.5% ของกำไรสุทธิหลังจากหักดอกเบี้ยทุนแต่ก่อนหักโบนัส

เดบิต สรุปผลกำไรขาดทุน 198,875
เครดิต ทุน - เอ หรือ กระแสทุน - เอ 79,550
ทุน - โอ หรือ กระแสทุน - โอ 119,325
กำไรที่เหลือแบ่ง 2 : 3

วิธีการจดบันทึกการปิดบัญชีของห้างหุ้นส่วน

การปิดบัญชีห้างหุ้นส่วน ในขั้นแรกจะอธิบายเฉพาะการปิดบัญชีกระแสทุน บัญชีเงินถอน เท่านั้น การบันทึกบัญชีห้างหุ้นส่วนมี 2 วิธี คือ 1. วิธีทุนคงที่ 2. วิธีทุนเปลี่ยนแปลง ดังนั้นการปิดบัญชีวิธีทุนคงที่ มีหลักการปิด โดย ให้โอนปิดบัญชีเงินถอนของหุ้นส่วนแต่ละคนไปเข้าบัญชีกระแสทุนของหุ้นส่วนแต่ละคนผ่านสมุดรายวันทั่วไป ดังนี้
2547
ธ.ค. 31 กระแสทุน - เอ XX,XXX
กระแสทุน - โอ XX,XXX
เงินถอน - เอ XX,XXX
เงินถอน - โอ XX,XXX
โอนปิดบัญชีเงินถอนไปบัญชีกระแสทุน

ส่วนบัญชีทุนนั้น จะมียอดคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าต้องการทราบยอดที่แท้จริงของ
บัญชีทุน ให้นำยอดคงเหลือในบัญชีกระแสทุนไปบวกหรือหักแล้วแต่กรณี

การปิดบัญชีวิธีทุนเปลี่ยนแปลง
2547
ธ.ค. 31 ทุน - เอ XX,XXX
ทุน - โอ XX,XXX
เงินถอน - เอ XX,XXX
เงินถอน - โอ XX,XXX
โอนปิดบัญชีเงินถอนไปบัญชีทุน

-----------------------------


สรุปเนื้อหาหน่วยที่ 2
ส่วนในทุน หมายถึง สินทรัพย์ที่หุ้นส่วนมีอยู่ในห้างหุ้นส่วน
ส่วนในกำไรขาดทุน หมายถึง ข้อตกลงระบุสิทธิส่วนได้เสียเมื่อมีผลของการดำเนินงาน
ของห้างหุ้นส่วน
การบันทึกบัญชีของห้างหุ้นส่วน มี 2 วิธี คือ วิธีทุนคงที่ และวิธีทุนเปลี่ยนแปลง
1. วิธีทุนคงที่ ใช้บันทึกรายการลงทุนครั้งแรก เพิ่มทุน และถอนทุน ที่เป็นการถาวร และใช้บัญชีกระแสทุนช่วยบันทึกรายการที่มีการเปลี่ยนแปลงไม่เป็นการถาวร อาทิเช่น การคิดดอกเบี้ยทุน เงินเดือนที่คิดให้หุ้นส่วน โบนัสและส่วนแบ่งกำไร และการถอนเงินสดหรือสินค้าที่ผู้เป็นหุ้นส่วนนำไปใช้ส่วนตัว บัญชีทุนจะไม่เปลี่ยนแปลง
2. วิธีทุนเปลี่ยนแปลง จะเปิดบัญชีทุนของหุ้นส่วนเพียงบัญชีเดียว ใช้บันทึกรายการนำเงินสด สินทรัพย์มาลงทุน เพิ่มทุน ถอนทุน และรายการจัดสรรต่าง ๆ เช่น คิดดอกเบี้ยทุน เงินเดือนหุ้นส่วน โบนัสและส่วนแบ่งกำไรขาดทุน ถ้ามีการถอนกำไรไปใช้ส่วนตัว ให้เปิดบัญชีเงินถอน และในวันสิ้นงวดบัญชีให้โอนปิดไปบัญชีทุน วิธีทุนเปลี่ยนแปลงทำให้บัญชีทุนเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
การบันทึกรายการเปิดบัญชีของห้างหุ้นส่วน มี 4 กรณี คือ
1. หุ้นส่วนนำเงินสดมาลงทุนอย่างเดียว การบันทึกบัญชี เดบิต เงินสด เครดิต ทุน
2. หุ้นส่วนนำเงินสดและสินทรัพย์มาลงทุน การลงบัญชี เดบิต เงินสด เดบิต สินทรัพย์นั้น ๆ โดยระบุชื่อสินทรัพย์ เครดิต ทุน
3. หุ้นส่วนนำแรงงานมาลงทุน โดยมีสิทธิรับคืนทุน หรือไม่มีสิทธิรับคืนทุน มีทั้งตีราคาแรงงานหรือยังไม่ได้ตีราคาแรงงาน ดังนี้
มีสิทธิรับคืนทุน และตีราคามูลค่าแรงงาน ให้บันทึกเป็นค่าความนิยม โดยการลงบัญชี เดบิต ค่าความนิจม เครดิต ทุนของผู้เป็นหุ้นส่วน
เช่น นาย เอ เข้าเป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วน เอ บี ซี โดยนำแรงงานมาลงทุนตามสัญญาของหุ้นส่วนให้มีการคืนทุนเมื่อเลิกกิจการ 40,000 บาท
เดบิต ค่าความนิจม 40,000
เครดิต ทุน หรือ กระแสทุน - เอ 40,000
ถ้าไม่มีสิทธิรับคืนทุน ให้คำนวณส่วนทุนของผู้เป็นหุ้นส่วนที่นำแรงงานมาลงทุน โดยการนำเงินสดหรือสินทรัพย์ของหุ้นส่วนมาร่วมกันแล้วหารด้วยจำนวนหุ้นส่วน และเขียนระบุไว้ในสัญญาเท่านั้นโดยไม่ต้องนำมาลงบัญชี
ถ้าจำนวนทุนของหุ้นส่วนมิได้แสดงไว้ชัดเจน กฎหมายให้ถือว่าหุ้นส่วนทุกคนลงทุนเท่ากันเช่น ถ้าหุ้นส่วนลงทุนด้วยสินทรัพย์แต่ไม่ได้ตีราคาไว้ กฎหมายให้ถือว่าหุ้นส่วนทุกคนลงทุนเท่ากัน หรือหุ้นส่วนบางคนนำสินทรัพย์มาลงทุน แต่มิได้ตีราคาไว้ ให้ถือว่า หุ้นส่วนลงทุนเท่ากับหุ้นส่วนที่นำสินทรัพย์มาลงทุน เช่น เอ ลงทุน 50,000 บาท บี ลงทุนด้วยสินทรัพย์อื่นไม่ได้ตีราคาไว้ ให้ถือว่า บี มีทุนเท่ากับ 50,000 บาท ด้วย
เงินถอนสำหรับกิจการห้างหุ้นส่วน ควรระบุไว้ในสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนให้ชัดเจนว่า
เป็นหุ้นส่วนมีสิทธิถอนเงินในระหว่างงวดได้เท่าใด จำนวนกี่ครั้ง และมีการคิดดอกเบี้ยเงินถอนด้วยหรือไม่
วิธีการคำนวณส่วนแบ่งกำไรขาดทุนของห้างหุ้นส่วน มีดังนี้
1. แบ่งเท่ากัน
2. แบ่งตามอัตราส่วนที่ตกลงกัน แยกได้เป็น 3 กรณี คือ
2.1 แบ่งตามอัตราส่วนเดียว หมายถึงนำผลกำไรขาดทุนแบ่งครั้งเดียว
2.2 แบ่งสองอัตราส่วน หมายถึง นำผลกำไรขาดทุนมาแบ่ง 2 ครั้ง ๆ แรก กำหนดผลกำไรขาดทุนมาแบ่งตามอัตราส่วนที่ตกลงกัน และส่วนที่เหลือแบ่งอีกครั้งหนึ่ง
2.3 แบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ จาก 100% นำมาแบ่งให้ผู้เป็นหุ้นส่วน เช่น 25% 40% 35 %
3. แบ่งตามอัตราส่วนทุน ตามวิธีนี้แบ่งได้ 4 กรณี คือ
3.1 อัตราส่วนทุน ณ วันเริ่มกิจการ คือ อัตราส่วนทุน ณ วันลงทุนครั้งแรก
3.2 อัตราส่วนทุน ณ วันต้นงวดบัญชี คือ อัตราส่วน ณ วันเริ่มงวดบัญชีใหม่ในปีนั้น
3.3 อัตราส่วนทุน ณ วันสิ้นงวดบัญชี คือ อัตราส่วน ทุนคงเหลือ จากทุนต้นงวดบวก
ด้วยลงทุนเพิ่ม และลบการถอนทุน
3.4 ทุนถัวเฉลี่ย ใช้ทุนที่มีการเปลี่ยนแปลงในระหว่างงวด รวมทั้งระยะเวลาการ
เปลี่ยนแปลงด้วย วิธีนรี้ให้ความยุติธรรมแก่หุ้นส่วนมากกว่าวิธีอื่น ๆ
4. คิดดอกเบี้ยทุน แล้วกำไรขาดทุนที่เหลือแบ่งตามอัตราส่วนที่ตกลง ตามวิธีนี้มีการคิดดอกเบี้ยทุนถือเป็นผลตอบแทนเงินทุนที่ผู้เป็นหุ้นส่วนนำมาลง ส่วนกำไรขาดทุนที่เหลือนำมาแบ่งอีกตามข้อตกลง
5. คิดเงินเดือน หรือ โบนัส และกำไรขาดทุนที่เหลือนำมาแบ่งตามข้อตกลง วิธีนี้คิดเงินเดือนให้หุ้นส่วน หรือ โบนัสแก่หุ้นส่วนที่เป็นผู้จัดการ โดยถือว่าโบนัสเป็นค่าใช้จ่ายหรือไม่เป็นค่าใช้จ่าย ส่วนกำไรขาดทุนที่เหลือนำมาแบ่งตามข้อตกลง


***********


การปิดบัญชีวิธีทุนเปลี่ยนแปลง
ธ.ค. 31 ทุน - เอ XX,XXX
ทุน - โอ XX,XXX
เงินถอน - เอ XX,XXX
เงินถอน - โอ XX,XXX
โอนปิดบัญชีเงินถอนไปบัญชีทุน
-------------------------
สรุปเนื้อหาหน่วยที่ 2
ส่วนในทุน หมายถึง สินทรัพย์ที่หุ้นส่วนมีอยู่ในห้างหุ้นส่วน
ส่วนในกำไรขาดทุน หมายถึง ข้อตกลงระบุสิทธิส่วนได้เสียเมื่อมีผลของการดำเนินงาน
ของห้างหุ้นส่วน
การบันทึกบัญชีของห้างหุ้นส่วน มี 2 วิธี คือ วิธีทุนคงที่ และวิธีทุนเปลี่ยนแปลง
1. วิธีทุนคงที่ ใช้บันทึกรายการลงทุนครั้งแรก เพิ่มทุน และถอนทุน ที่เป็นการถาวร และใช้บัญชีกระแสทุนช่วยบันทึกรายการที่มีการเปลี่ยนแปลงไม่เป็นการถาวร อาทิเช่น การคิดดอกเบี้ยทุน เงินเดือนที่คิดให้หุ้นส่วน โบนัสและส่วนแบ่งกำไร และการถอนเงินสดหรือสินค้าที่ผู้เป็นหุ้นส่วนนำไปใช้ส่วนตัว บัญชีทุนจะไม่เปลี่ยนแปลง
2. วิธีทุนเปลี่ยนแปลง จะเปิดบัญชีทุนของหุ้นส่วนเพียงบัญชีเดียว ใช้บันทึกรายการนำเงินสด สินทรัพย์มาลงทุน เพิ่มทุน ถอนทุน และรายการจัดสรรต่าง ๆ เช่น คิดดอกเบี้ยทุน เงินเดือนหุ้นส่วน โบนัสและส่วนแบ่งกำไรขาดทุน ถ้ามีการถอนกำไรไปใช้ส่วนตัว ให้เปิดบัญชีเงินถอน และในวันสิ้นงวดบัญชีให้โอนปิดไปบัญชีทุน วิธีทุนเปลี่ยนแปลงทำให้บัญชีทุนเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
การบันทึกรายการเปิดบัญชีของห้างหุ้นส่วน มี 4 กรณี คือ
1. หุ้นส่วนนำเงินสดมาลงทุนอย่างเดียว การบันทึกบัญชี เดบิต เงินสด เครดิต ทุน
2. หุ้นส่วนนำเงินสดและสินทรัพย์มาลงทุน การลงบัญชี เดบิต เงินสด เดบิต สินทรัพย์นั้น ๆ โดยระบุชื่อสินทรัพย์ เครดิต ทุน
3. หุ้นส่วนนำแรงงานมาลงทุน โดยมีสิทธิรับคืนทุน หรือไม่มีสิทธิรับคืนทุน มีทั้งตีราคาแรงงานหรือยังไม่ได้ตีราคาแรงงาน ดังนี้
มีสิทธิรับคืนทุน และตีราคามูลค่าแรงงาน ให้บันทึกเป็นค่าความนิยม โดยการลงบัญชี เดบิต ค่าความนิยม เครดิต ทุนของผู้เป็นหุ้นส่วน
เช่น นาย เอ เข้าเป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วน เอ บี ซี โดยนำแรงงานมาลงทุนตามสัญญาของหุ้นส่วนให้มีการคืนทุนเมื่อเลิกกิจการ 40,000 บาท
เดบิต ค่าความนิยม 40,000
เครดิต ทุน หรือ กระแสทุน - เอ 40,000
ถ้าไม่มีสิทธิรับคืนทุน ให้คำนวณส่วนทุนของผู้เป็นหุ้นส่วนที่นำแรงงานมาลงทุน โดยการนำเงินสดหรือสินทรัพย์ของหุ้นส่วนมาร่วมกันแล้วหารด้วยจำนวนหุ้นส่วน และเขียนระบุไว้ในสัญญาเท่านั้นโดยไม่ต้องนำมาลงบัญชี
ถ้าจำนวนทุนของหุ้นส่วนมิได้แสดงไว้ชัดเจน กฎหมายให้ถือว่าหุ้นส่วนทุกคนลงทุนเท่ากันเช่น ถ้าหุ้นส่วนลงทุนด้วยสินทรัพย์แต่ไม่ได้ตีราคาไว้ กฎหมายให้ถือว่าหุ้นส่วนทุกคนลงทุนเท่ากัน หรือหุ้นส่วนบางคนนำสินทรัพย์มาลงทุน แต่มิได้ตีราคาไว้ ให้ถือว่า หุ้นส่วนลงทุนเท่ากับหุ้นส่วนที่นำสินทรัพย์มาลงทุน เช่น เอ ลงทุน 50,000 บาท บี ลงทุนด้วยสินทรัพย์อื่นไม่ได้ตีราคาไว้ ให้ถือว่า บี มีทุนเท่ากับ 50,000 บาท ด้วย
เงินถอนสำหรับกิจการห้างหุ้นส่วน ควรระบุไว้ในสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนให้ชัดเจนว่า ผู้
เป็นหุ้นส่วนมีสิทธิถอนเงินในระหว่างงวดได้เท่าใด จำนวนกี่ครั้ง และมีการคิดดอกเบี้ยเงินถอนด้วยหรือไม่
วิธีการคำนวณส่วนแบ่งกำไรขาดทุนของห้างหุ้นส่วน มีดังนี้
4. แบ่งเท่ากัน
5. แบ่งตามอัตราส่วนที่ตกลงกัน แยกได้เป็น 3 กรณี คือ
5.1 แบ่งตามอัตราส่วนเดียว หมายถึงนำผลกำไรขาดทุนแบ่งครั้งเดียว
5.2 แบ่งสองอัตราส่วน หมายถึง นำผลกำไรขาดทุนมาแบ่ง 2 ครั้ง ๆ แรก กำหนดผลกำไรขาดทุนมาแบ่งตามอัตราส่วนที่ตกลงกัน และส่วนที่เหลือแบ่งอีกครั้งหนึ่ง
5.3 แบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ จาก 100% นำมาแบ่งให้ผู้เป็นหุ้นส่วน เช่น 25% 40% 35 %
6. แบ่งตามอัตราส่วนทุน ตามวิธีนี้แบ่งได้ 4 กรณี คือ
3.1 อัตราส่วนทุน ณ วันเริ่มกิจการ คือ อัตราส่วนทุน ณ วันลงทุนครั้งแรก
3.2 อัตราส่วนทุน ณ วันต้นงวดบัญชี คือ อัตราส่วน ณ วันเริ่มงวดบัญชีใหม่ในปีนั้น
3.3 อัตราส่วนทุน ณ วันสิ้นงวดบัญชี คือ อัตราส่วน ทุนคงเหลือ จากทุนต้นงวดบวก
ด้วยลงทุนเพิ่ม และลบการถอนทุน
3.4 ทุนถัวเฉลี่ย ใช้ทุนที่มีการเปลี่ยนแปลงในระหว่างงวด รวมทั้งระยะเวลาการ
เปลี่ยนแปลงด้วย วิธีนี้ให้ความยุติธรรมแก่หุ้นส่วนมากกว่าวิธีอื่น ๆ
4. คิดดอกเบี้ยทุน แล้วกำไรขาดทุนที่เหลือแบ่งตามอัตราส่วนที่ตกลง ตามวิธีนี้มีการคิดดอกเบี้ยทุนถือเป็นผลตอบแทนเงินทุนที่ผู้เป็นหุ้นส่วนนำมาลง ส่วนกำไรขาดทุนที่เหลือนำมาแบ่งอีกตามข้อตกลง
5. คิดเงินเดือน หรือ โบนัส และกำไรขาดทุนที่เหลือนำมาแบ่งตามข้อตกลง วิธีนี้คิดเงินเดือนให้หุ้นส่วน หรือ โบนัสแก่หุ้นส่วนที่เป็นผู้จัดการ โดยถือว่าโบนัสเป็นค่าใช้จ่ายหรือไม่เป็นค่าใช้จ่าย ส่วนกำไรขาดทุนที่เหลือนำมาแบ่งตามข้อตกลง